[Mobile Case Study #3] Engage Visitors เพื่อขอข้อมูล

สวัสดีครับทุกคน วันนี้ผมจะมาต่อ Mobile Case Study ตอนที่สามนะครับ โดยในตอนนี้ จะเป็นการแสดงตัวอย่าง Mobile Landing Page สำหรับ CPA ต่างๆ นะครับ สำหรับตัวนี้ ผมขอใช้ Email/Zip Submit Offer เกี่ยวกับ iPad ที่ผมเคยทำเป็นตัวอย่างละกันนะครับ

หน้าตา Landing Page หลังจากที่ Visitor Click มาจาก PPC Ads ก็จะเป็นแบบนี้นะครับ

Mobile Landing Page

(ผมขออนุญาตใช้ Browser บน Mac ในการ Capture หน้าจอละกันนะครับ พอดีผม Capture ภาพจากมือถือ Android ไม่เป็นครับ สัดส่วนของภาพ อาจจะดูแปลกๆ ไม่ว่ากันนะครับ ^^”)

ก็เป็น Landing Page ถามคำถามธรรมดาๆ ครับ อย่างที่ผมเคยบอกไปว่า น้อยคน ที่จะเข้าเว็บ แล้วก็กรอกข้อมูลตัวเองทันทีเลย เราต้องมีอะไรดึงดูดความสนใจของเค้าก่อน และนี่ก็เป็นตัวอย่างนึงครับ

การใช้ Landing Page กรองก่อนแบบนี้ สามารถทำให้เจ้าของ Offer ที่เราส่ง Traffic ไป ได้รับ Traffic ที่มีคุณภาพระดับหนึ่งด้วยครับ

ยกตัวอย่างเช่น เราทำ CPA Offer ที่ต้องการ Email ของคนในอเมริการเท่านั้น แต่ Mobile Advertiser บางเจ้า (หลายๆ เจ้าเลย ผมเคยเจอมาแล้ว) ส่ง Traffic มาจากหลายๆ ประเทศทั่วโลกเลย ทั้งๆ ที่เราเลือก Target แค่ในอเมริกาแล้ว ทำให้บางที เจ้าของ CPA Offer ได้ Email จากคนอินเดียบ้าง ปากีสถานบ้าง สิงคโปร์บ้าง ฯลฯ ที่เค้าไม่ต้องการ แล้วยิ่งถ้าเค้าได้เยอะๆ เค้าก็จะไม่อนุญาตให้เราโปรโมท Offer เค้าอีกต่อไปครับ (กรณีนี้แก้ได้ด้วยการแทรก Script Geographic Redirect เข้าไปในไฟล์ Landing Page ครับ)

สำหรับใครที่อยากลองทำ Mobile CPA Offer ก็อย่าลืมสิ่งต่างๆ เหล่านี้นะครับ

  1. หน้า Landing Page ต้องใช้ Code ที่แสดงผลบนโทรศัพท์มือถือได้ ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับ “Mobile Optimized Landing Page” ดูครับ
  2. การส่ง Traffic ไปยังหน้า Landing Page อย่าลืมกำหนด Target ที่ Offer ต้องการครับ เช่น Mobile Platform, Mobile Carrier
  3. ทำการ Split Test หน้า Landing Page หลายๆ อัน เพื่อหาอันที่เกิด Conversion สูงที่สุดครับ

เดี๋ยว Entry หน้า ผมจะมาสอนการทำ Mobile CPA ที่มัน Advance กว่านี้อีกนิดครับ แล้วเจอกันใหม่ครับ ^^

Posted in Case Study, CPA | Tagged , , , , , , | 6 Comments

[Mobile Case Study #2] ทำไม PPC Direct Link ถึงไม่ได้ผล?

ต่อจาก Mobile Case Study เมื่อวันก่อนนะครับ เริ่มจาก Step แรก ตามที่ผมบอกเลย คือยิง PPC เข้าหน้า Landing Page ที่เตรียมเอาไว้ …. เน้นนะครับ Landing Page ที่เตรียมเอาไว้ ไม่ใช่ Offer Landing Page นะครับ

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมเราถึงไม่ส่ง Traffic ไปหน้า Offer เลย ทำไมต้องมี Landing Page มารองรับหลายๆ ชั้นด้วย ยิ่งมีหลายหน้า เดี๋ยว Visitor กดปิดไปก็เสีย Traffic ไปฟรีๆ เลยสิ ….​ ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกันครับ

แต่หลังจากผมลองทำการ Split Testing แยกเป็นสองแบบ แบบแรกคือส่ง Traffic ตรงๆ เข้าหน้า Offer Page เลย กับอีกแบบ มี Landing Page ของเราเอง มารองรับ Traffic ก่อน แล้วค่อยส่งไปหน้า Offer ผมก็เห็นข้อแตกต่างชัดเจนครับ

ถ้าสังเกตหน้า Report ของผมด้านบนนี้ สอง Offer แรก ผมเริ่มจากการไม่กรอง Traffic ก่อน ส่ง Traffic ไปหน้า Offer ตรงๆ เลย ผลที่ได้คือ Conversion Rate ต่ำมาก ประมาณ 0.60-0.70% เท่านั้น

แต่ถ้าสังเกต offer อื่นๆ จะเห็นว่า Conversion Rate ค่อนข้างสูงมากเลยทีเดียว หลายอันเกิน 10% หรือถ้าคิดเป็น Earning แล้ว จะเห็นได้ว่า ใน 100 clicks ผมสามารถทำเงินได้ $10+ ได้เลย ในหลายๆ offer และที่สำคัญ 100 clicks จาก Mobile Traffic นั้น ถูกมากมายเลยทีเดียว

ทำไมส่ง Traffic ไปตรงๆ กับ กรอง Traffic ก่อน ถึงต่างกันมากนัก?

ผมกลับมานั่งหาสาเหตุนี้อยู่หลายวัน อ่านบทความ Internet Marketing หลายๆ ที่ จนทำให้นึกขึ้นได้ว่า “เฮ้ย … ถ้าเกิดเราเข้าเว็บๆ นึงแล้วเนี่ยะ มันขึ้น Form ให้กรอก ชื่อ หรือ Email เลยเนี่ยะ เราจะกรอกมั้ยถ้าเกิดเราไม่รู้จักเว็บไซต์นั้นเลย?” ….. คำตอบของผมก็คือ “ไม่มีทาง” ถ้าเกิดผมจะกรอกข้อมูลของผมเนี่ยะ เว็บไซต์นั้นจะต้องดูน่าเชื่อถือ มี Content ที่มีประโยชน์กับเรา มีคนเข้ามาคุย ถ้าดู Facebook Page ก็จะต้องมีคนกด Like เยอะๆ อะไรทำนองนี้

เพราะอย่างนี้ เราก็เลยจำเป็นที่จะต้องทำหน้า Landing Page ขึ้นมา เพื่อดึงดูดความสนใจของ Visitor ก่อน บอกเค้าว่าเราคือใคร ถ้าเกิดคุณกรอกข้อมูล คุณจะได้รับอะไรจากเรา ทำทุกอย่างให้ชัดเจน น่าเชื่อถือ แล้วเดี๋ยวเค้าก็ยินดีให้ข้อมูลเราเองแหละครับ

สาเหตุอีกอย่างที่เราจำเป็นต้องกรอง Traffic คือ Advertiser หรือเจ้าของ Offer ที่เราทำ สิ่งที่เค้าต้องการคือ “High Quality Traffic” หรือ Traffic ที่มีคุณภาพมากๆ ที่เค้าสามารถนำข้อมูลที่ได้ เอาไปทำรายได้ต่อได้ ถ้าเกิดเราไม่กรอง เค้าก็ได้ข้อมูลขยะไป มันก็ไม่แฟร์กับเค้า สุดท้ายเค้าก็อาจจะไม่จ่ายเงินให้เรา เดือดร้อนกันอีก (ดราม่ากันอีก ฮ่าๆๆ)

ลองคิดเล่นๆ ครับ เอาตัวอย่างจาก Mobile Traffic นี่เลย …. ผมจะบอกว่าจากการทดลองของผม Mobile Traffic มันถูกมากก็จริง แต่ส่วนใหญ่แล้วมันเป็น Traffic “ขยะ” ครับ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น?

เคยสังเกตข้อความโฆษณาตอนเล่นเกม หรือ App บน iPhone กันมั้ยครับ? … แล้วเคยบังเอิญมือไปโดนมันมั้ยครับ?​ …. หลังจากโดนแล้วทำยังไงครับ? ​…. ปิดสิครับ ผมจะเล่นเกมต่อ ฮ่าๆๆ

หรือบางทีมีเด็กๆ เอามือถือพ่อกับแม่ไปเล่น เห็นโฆษณา “รีบฟรี iPhone 4S ทันที กดเลย!” ไอเด็กมันก็อยากได้สิครับ แล้วถ้ามันไม่มี Email มันก็กรอก Email มั่วๆ สุดท้าย Advertiser ได้ Email ขยะไป มันไม่ทำเงิน เค้าก็ไม่อยากให้เราทำต่อสิครับ

เดี๋ยว Entry หน้า ผมจะเอาตัวอย่าง Mobile Landing Page ที่ผมทำมาให้ดูครับ ^^

Posted in Case Study, CPA, PPC | Tagged , , , , , , | 6 Comments

[Mobile Case Study #1] CPA Mobile $200 ต่อวัน!

สวัสดีครับ ห่างหายจากการเขียนบลอคไปเกือบเดือนเลย ต้องขออภัยด้วยนะครับ พอดีมีอะไรหลายๆ อย่างที่จะต้องทำ ….. วันนี้ผมจะมาเปิดเผย Mobile Case Study ที่ผม Optimize จนได้ $200 ต่อวันนะครับ ใครสนใจทำตาม ก็ตามมาเลยครับ ^^

สำหรับ CPA Mobile นี้ ผมเน้น Traffic สองทางนะครับ จาก PPC และ Email ครับ หลักการง่ายๆ ก็มีอยู่ไม่กี่ข้อครับ ด้านล่างนี้เลย

  • ใช้ PPC Traffic ในช่วงแรก ยิงเข้า Landing Page ที่เตรียมเอาไว้
  • Capture Email เก็บเข้า List ของเราก่อน
  • บังคับให้ผู้ใช้ Confirm Email เพื่อกรองคน ก่อนส่งไปหน้า Offer
  • Monetize List ด้วย Email Marketing
  • Optimize Mobile Landing Page จนได้ Conversion ที่ต้องการ

เพียงห้าข้อนี้ง่ายๆ แค่นี้ล่ะครับ เดี๋ยวเรามาลงลึกกันในหัวข้อต่อๆ ไปครับ

(ขออนุญาตเขียนบลอคสั้นๆ ละกันนะครับ พอดีช่วงนี้ยุ่งมากเลย เขียนทุกวัน สั้นๆ ดีกว่า เดี๋ยวมาต่อให้วันหลังครับ …. กด Like ใน Facebook Page ไว้นะครับ จะได้ไม่พลาดกัน ^^)

Posted in Case Study | Tagged , , , , | 3 Comments

หลักการง่ายๆ ในการทำ PPC ตอนที่ 3 (จบ)

ขั้นตอนต่อไป เป็นขั้นตอนสุดท้าย (แต่ไม่ท้ายสุด) ที่ถือได้ว่าเป็นหัวใจหลัก ในการทำ PPC เลยทีเดียวก็ว่าได้ ขั้นตอนนั้น ก็คือการ Optimization ครับ

หลังจากที่เราได้รัน Campaign ไปซักระยะหนึ่งแล้ว เราจะพบปัญหาหลายอย่าง เช่น Ads ไม่มีคนคลิก, คลิกแล้ว ไม่เกิด Conversion, Impression เยอะ แต่คลิกน้อย ฯลฯ เป็นเรื่องธรรมดาของการรัน Campaign ในครั้งแรกครับ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องตกใจ หากคุณขาดทุน ในการรัน PPC ครั้งแรก …. แต่ถ้าได้กำไรตั้งแต่แรก ก็ถือว่าสุดยอดครับ ^^

ปัญหาหลักๆ ที่เจอ หลังจากรัน Campaign มีอยู่สามอย่าง ตามลำดับนะครับ

  1. ไม่มี Impression หรือมี Impression น้อย
  2. มี Impression เยอะ แต่ไม่มีคนคลิก
  3. มีคนคลิก แต่พอคลิกไปที่เว็บแล้ว ไม่เกิด Conversion

เวลาวิเคราะห์ ก็ให้วิเคราะห์ตามลำดับสามอย่างนี้นะครับ ถ้าเกิดข้อไหนไม่มีปัญหา ก็ข้ามไปดูข้อถัดๆ ไปครับ ต่อไปผมจะเขียนบอกวิธีแก้ไขคร่าวๆ ที่ผมทดลองทำ แล้วได้ผลนะครับ

ข้างบนนี้ก็คือตัวอย่างที่ Optimized แล้วได้ผลนะครับ เพิ่งหัดทำประมาณสองอาทิตย์ Conversion ค่อนข้างสวย และกำลังไปได้ดีครับ ^^

1. ไม่มี Impression หรือมี Impression น้อย

สำหรับปัญหานี้ ส่วนใหญ่จะเกิดจาก ราคา Bid โฆษณาของเรา น้อยเกินไป หรือไม่ Text Ads ของเรา ก็ไม่สอดคล้องกับ Keyword ที่ทำการ Bid เท่าไร ทำให้ PPC Score ต่ำ และระบบนำมาแสดงผลน้อย

วิธีแก้ไขเบื้องต้นคือ ให้เพิ่มราคา Bid ขึ้นไป ให้ติดอันดับ Top 5 หรือถ้ามั่นใจว่า ราคา Bid ของเรา มีค่าสูงอยู่แล้ว ก็ให้ลองเปลี่ยน Text Ads ดูครับ ทำการเพิ่มจำนวนครั้งของ Keyword ลงไปใน Ads เพื่อเพิ่ม PPC Score

2. มี Impression เยอะ แต่ไม่มีคนคลิก

ถ้าเกิดมี Impression เยอะ แต่ไม่มีคนคลิกเลย แสดงว่า Text Ads เราไม่ดึงดูดพอครับ ให้ทำการแก้ไข Text Ads โดยอาจจะเป็นการ ใส่ Call-To-Action ลงไป หรือใช้ตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ (ต้องระวังเหมือนกันนะครับ เพราะ PPC บางที่ ไม่อนุญาตให้ใช้ตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่จะอนุญาตให้ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ สำหรับตัวอักษรตัวแรก ในแต่ล่ะคำได้ครับ)

ยกตัวอย่างเช่น Free apple iphone 4S -> ให้ลองแก้เป็น FREE Apple iPhone 4S – Limited Time Offer! ครับ (Limited Time Offer เป็นตัวอย่าง Call-to-Action Text ที่ดีครับ)

3. มีคนคลิก แต่พอคลิกไปที่เว็บแล้ว ไม่เกิด Conversion

วิธีนี้เป็นปัญหาที่หลายๆ คนเจอครับ Bid จนเงินหมดแล้ว ไม่เกิด Conversion เลย …. ผมก็เป็นครับ ฮ่าๆๆ

ส่วนใหญ่ปัญหานี้ จะอยู่ที่ Landing Page กับ Text Ads ครับ เราต้องดูว่า Text Ads ของ Landing Page ของเราเนี่ยะ มีความสอดคล้องกันรึเปล่า ถ้าเกิด Text Ads เป็น “รับฟรี iPhone 4S จำนวนจำกัด คลิกด่วน!” แต่ใน Landing Page ของเราเป็น iPhone 4S ลดราคา …… คนเข้ามาดูก็จะรู้สึกแปลกสิครับ “เห้ย ไหนบอกว่าให้ฟรีวะ ไม่ฟรีซักหน่อย ….. ปิดดีกว่า” จบครับ เสียค่าคลิกไปฟรีๆ

อีกสาเหตุนึงคือ ในหน้า Landing Page ที่เราส่งคนไป อาจจะเน้นการ “ขาย” มากเกินไปหน่อยครับ อย่างเช่น เข้าไปปุ้บ ก็เจอปุ่ม Buy Now ตัวเบ้อเริ่ม ยังไม่เห็นตัวสินค้าเลย หรือถ้าใครทำ CPA ก็อาจจะส่งลูกค้าเข้าไปหน้าที่กรอก Email เลย ไม่มีรายละเอียดอะไรให้เลย ……. ลองคิดดูเล่นๆ ครับ ถ้าเกิดเป็นเรา เข้าเว็บไป แล้วเจอช่องให้กรอก Email เลย เราจะกรอกมั้ยครับ ในกรณีที่เราไม่รู้จักเว็บนั้นเลย เป็นใคร เชื่อถือได้มั้ยก็ไม่รู้

สิ่งที่เราควรทำ ก็คือทำการ Pre-Sell ลูกค้าก่อนครับ บอกว่าเรามีสินค้านี้ๆๆ บอกรายละเอียดไป ใช้แล้วดีจริง หรือไม่ก็ดึงความสนใจของลูกค้าก่อน อาจจะเป็นการถามคำถาม “คุณเพศอะไร อายุเท่าไร ออกไปกินข้าวข้างนอกบ่อยมั้ย ชอบกินอาหารแนวไหน ฯลฯ” แล้วค่อยบอกว่า “เอ้อ เรามีคูปองส่วนลดอาหารนะ ของร้านนี้ๆ มีจำนวนจำกัดด้วย ถ้าอยากได้ ลองเล่นเกมส์กับเราดู ถ้าชนะ กรอกข้อมูล แล้วลุ้นรับของรางวัลได้เลย” …… ดูเป็นธรรมชาติ และน่ากรอก Email ขึ้นบ้างมั้ยครับ

นี่ก็เป็นตัวอย่างคร่าวๆ สำหรับการ Optimize Campaign นะครับ เดี๋ยว Entry หน้า ผมกำลังคิดว่าจะเขียน Case Study มาให้อ่านกัน คิดว่าดีมั้ยครับ?? …. อยากได้ Case Study ของอะไรแบบไหน ลอง Request กันมาได้ที่ Comment ข้างล่างครับ แล้วเจอกัน Entry หน้าครับ ^^

Posted in PPC | Tagged , , , , | 4 Comments

หลักการง่ายๆ ในการทำ PPC ตอนที่ 2

ขออภัยทุกท่านที่ให้รอนานนะครับ ตอนนี้กลับมาเขียน Blog ให้อ่านกันต่อแล้ว พอดีช่วงที่ผ่านมามีงานยุ่งหลายอย่างครับ ทั้ง Proposal, CPA, Lead Gen Arbitrage กำลังศึกษากันหัวหมุนกันเลยทีเดียว ลองผิด(เยอะ)ลองถูก(น้อย) ก็ว่ากันไป

เอาล่ะครับ วันนี้เราจะมาต่อกันที่ หลักการง่ายๆ ในการทำ PPC ตอนนี้ก็เป็นตอนที่สองแล้ว คิดว่าน่าจะจบที่ตอนที่สามครับ เพราะเนื้อหาค่อนข้างเยอะอยู่เหมือนกัน

4. เขียน Text Ads ให้น่าคลิก และสอดคล้องกับจุดประสงค์ของ Landing Page

การจะทำให้คนคลิก Ads ของเรา เราจะต้องทำให้ Ads ของเราน่าสนใจซะก่อน หลักการง่ายๆ คือให้ใส่ Call to Action หรือ “คำที่ชวนคลิก” ลงไปใน Ads …. ยกตัวอย่างเช่น Discount iPad 2, Limited Time offer!! แปลเป็นไทยได้ว่า “เห้ยยยย iPad 2 ลดราคาเว้ยเห้ย จำนวนจำกัดเท่านั้น!!” …. เห็นแล้วน่าคลิกมั้ยล่ะครับ ^^”

เท่านั้นยังไม่พอครับ Text Ads ที่ดี ควรจะ Target ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการด้วย และที่สำคัญ อย่า Target กว้างเกินไปครับ Target เป้าหมายแคบๆ อาจจะมีคนคลิกน้อยก็จริง แต่มี Conversion ดีครับ คิดกันง่ายๆ ครับ ถ้าเกิดเราต้องการยิง PPC ไปยังหน้า Landing Page ที่ขายรถแข่ง Tamiya (ดูจากตัวอย่างแล้ว เดาอายุเจ้าของบลอคได้เลยนะเนี่ยะ ^^”) ถ้าเกิดเราเขียน Text Ads ว่า “ขายของเล่นเด็ก ราคาพิเศษ จำนวนจำกัด ลดราคาสุดๆ วันนี้เท่านั้น!” เท่านี้แหละครับ เด็กๆ ก็จะคลิก Text Ads เราเป็นว่าเล่นเลย ไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้ชาย อายุสามขวบ ที่ต่อเลโก้ยังไม่เป็น แต่ดันมาเจอรถ Tamiya ที่ประกอบยากกว่า หรืออาจจะเป็นเด็กผู้หญิง ที่อยากได้ตุ้กตาบาร์บี้ลดราคาพิเศษ …. มาหมดเลยครับ แล้วเค้าเจอสินค้าที่เค้าต้องการมั้ย …. คำตอบคือ “ไม่” ครับ เพราะฉะนั้นเราควรจะเขียน Text Ads ที่เจาะจงกว่านี้ เช่น “สาวกรถแข่ง Tamiya ต้องไม่พลาด … ลดราคา 70% พร้อมของแถมมากมาย จำนวนจำกัด เฉพาะวันนี้เท่านั้น!” แค่นี้เราก็จะได้ Target ที่เหมาะสมแล้วล่ะครับ

สรุปสั้นๆ คือการเขียน Text Ads ที่ดี จะต้องมี Call-To-Action และเขียนคำโฆษณาให้สัมพันธ์กับสิ่งที่เราต้องการจะขาย ใน Landing Page ที่จะส่ง Traffic ไปครับ

5. เลือกราคา Bid ที่เหมาะสม

สำหรับการเลือกราคา Bid เนี่ยะ มีหลักการคิดหลายแบบเลยครับ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว ผมจะตั้งราคาไว้ให้เท่าๆ กับที่เจ้าที่เดิมอยู่ครับ …. ยกตัวอย่างเช่น Keyword “iPad 2 Smart Case” มีค่า Average Bid อยู่ที่ $1.50 ต่อคลิก (สมมตินะครับ) ผมก็ลองดูว่าอันดับ 1, 2, 3 เค้า Bid กันเท่าไร อาจจะ $2.00, $1.50, $1.00 ตามลำดับ ผมอยากอยู่ที่สอง ก็ Bid ไปซัก $1.55 ครับ

ถ้าไม่อยากดูว่าคนอื่น Bid เท่าไร ลองใช้ Google Traffic Estimator Tool ดูก็ได้ครับ Tool ตัวนี้จะช่วยบอกเราว่า สำหรับ Keyword ตัวนี้ ถ้าคุณตั้งค่า CPC ไว้เท่านี้ แล้วก็ตั้ง Budget ต่อวันไว้เท่านี้ จำนวน Traffic ต่อวันที่คุณจะได้ จะมีประมาณเท่าไร ค่อนข้างสะดวกดีเหมือนกัน

สำหรับการตั้งค่า Bid เริ่มแรกนั้น ไม่ต้องไปซีเรียสกับมันมากครับ เพราะเราหลังจากเรา Run Campaign แล้ว เราต้องเก็บสถิติซักพัก แล้วก็กลับมา Optimize มันในภายหลัง ขอแค่ตั้งค่า Bid ไม่น้อยจนเกินไปก็พอครับ

พอทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็เริ่ม Run Campaign ได้เลยครับ แล้วเดี๋ยวตอนหน้า เราจะมาต่อกันเรื่องการ Optimize Campaign กัน

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านครับ ^^

Posted in PPC | Tagged , , , , , , | Leave a comment