LinkWitch – ระบบจัดการ WordPress Network สำหรับคนขี้เกียจ

หลังจากซุ่มพัฒนามาเป็นเวลาเกือบๆ เดือน ตอนนี้ LinkWitch เปิดให้เช่าแล้วนะครับ :)

ระบบของ LinkWitch เหมาะกับใคร?

  • เหมาะสำหรับคนที่ ‘ขี้เกียจ’ Submit Money Site ทีล่ะเว็บๆ ด้วยตัวเอง
  • เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ Control Link Velocity ให้เหมาะสม แต่ ‘ขี้เกียจ’ มานั่ง Submit เองตลอดเวลา (Script อื่นๆ โดยทั่วไปแล้ว จะ Submit รวดเดียว ซึ่งสามารถทำให้ Money Site โดน Sandbox เอาง่ายๆ)
  • เหมาะสำหรับคนที่รับบริการ Submit Website ให้คนอื่น แต่ ‘ขี้เกียจ’ Submit เองทีล่ะเว็บๆ
  • เหมาะสำหรับคนที่ ‘ขี้เกียจ’ หา Content มา Spin + Submit เองทีล่ะหน้าๆ
  • เหมาะสำหรับคนที่ ‘ขี้เกียจ’ เช่าโฮสต์ มาติดตั้ง Script เอง เวลาเจอ Bug ก็ ‘ขี้เกียจ’ update เอง … มันเสียเวลา!

ทุกปัญหานี้ สามารถจัดการด้วย LinkWitch ระบบจัดการ WordPress Network สำหรับคน … ‘ขี้เกียจ’!

  • LinkWitch สามารถใส่ WordPress Network Site และทำการตั้งเวลาได้อัตโนมัติ ว่าจะให้ WordPress Site นี้ โพสต์ทุกๆ กี่วินาที
  • LinkWitch สามารถใส่ Money Site ทั้งหมดลงในระบบ แล้ว LinkWitch จะค่อยๆ ทยอย Submit ลง WordPress Network Site ที่อยู่ในระบบ ตามจำนวน Link Amount ที่ต้องการ หมดปัญหาการโพสต์รวดเดียว
  • LinkWitch สามารถจัดการ Submit Money Site หลายๆ Site ลง WordPress Network ตาม Keyword และ Content ที่กำหนด
  • LinkWitch สามารถดึง Content ตาม Keyword ที่กำหนด เข้ามาในระบบได้ และนำไปเป็น Content สำหรับ Submit ต่อไปได้
  • LinkWitch มีระบบ Monitor สามารถที่จะดูได้ว่า ตอนนี้ระบบ Submit ไปถึงไหนแล้ว Money Site ถูก Submit ไปกี่ WordPress Site แล้ว
  • LinkWitch ทำการแยก Back Link ที่ได้ ตาม Money Site ที่กำหนด ผู้ใช้สามารถนำ Back Link ไปทำการ Ping หรือ สะพาน Bot ได้สบายๆ
  • LinkWitch จะถูกติดตั้งบน Host ของผมเอง ผู้ใช้ไม่ต้องเช่า Host แต่อย่างใด หมดปัญหาการลง Script ไม่เป็น และถ้ามีปัญหา ผมสามารถ Update และมีผลทันทีสำหรับผู้ใช้งานทุกคน ไม่ต้องมานั่ง Update เองทีล่ะคนๆ
  • LinkWitch จะทำการ Submit Money Site ไปยัง WordPress Network Site ที่ล่ะเว็บๆ โดยจะวนไปเรื่อย ตาม Money Site + WordPress Site ที่มีอยู่ในระบบ
  • ฯลฯ :)

มาดูหน้าตาของระบบ LinkWitch กันดีกว่า…

  • หน้านี้ก็เป็นหน้าหลักของ LinkWitch จะทำการแสดง Money Site + WordPress Network Site ที่เพิ่งจะทำการ Submit ไปทั้งหมด

  • ผู้ใช้สามารถจัดการ Money Site ได้ง่ายๆ โดยสามารถจัดการได้ว่าจะให้ Money Site นี้ มี Anchor Text Link อะไรเข้ามาในระบบ และใช้ Content Category + WordPress Network Group อันไหน

  • สามารถจัดการ WordPress Network Site ได้อย่างง่ายๆ มีสถานะให้ดูได้ว่า ตอนนี้ WordPress Site ของเรามีปัญหา Login ไม่ได้รึเปล่า ได้ทำการ Submit ไปทั้งหมดกี่ครั้งแล้ว

  • LinkWitch สามารถดึง Content มาได้ตาม Keyword ที่กำหนดไว้ได้ หรือผู้ใช้สามารถ Add Content ด้วยตัวเองก็ได้

  • มีระบบรายงานว่า Money Site นี้ ถูก Submit ไปยัง WordPress Site ตัวไหนบ้าง

Function ต่างๆ ของ LinkWitch ก็มีประมาณนี้แหละครับ … ต่อไป ไปดูเรื่องราคากันดีกว่า :)

  • ระบบ LinkWitch จะเปิดให้เช่าเป็นรายเดือน เดือนล่ะ 800? 500? 300 บาทต่อเดือนเท่านั้น!

รายละเอียดการโอนเงิน

ชื่อบัญชี น า ย เ อ ก พ ล ค ง วิ เ ชี ย ร วั ฒ น์
ธนาคารกรุงเทพ สาขา เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
เลขที่บัญชี 909-0-193211 (ออมทรัพย์)

ชื่อบัญชี น า ย เ อ ก พ ล ค ง วิ เ ชี ย ร วั ฒ น์
ธนาคารกสิกรไทย สาขา เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
เลขที่บัญชี 758-2-57957-6 (ออมทรัพย์)


หากใครสนใจ สามารถทิ้ง Comment ได้ใน Entry นี้ หรือติดต่อได้ที่ Email: zkyclear (at) hotmail.com ครับ :)

 

Posted in Tools | 1 Comment

Sherlock Holmes + Forest Gump for Internet Marketing

*** หมายเหตุ: Entry นี้ อาจมีเนื้อหาสปอยอยู่บ้าง ใครไม่อยากอ่าน จงออกไป ***

จั่วหัวซะแรงเลย จริงๆ ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่เอาบางส่วนจากหนัง ที่เป็นข้อคิดดีๆ มาเขียน … แค่นั้นเอง ^^

พอดีเมื่อไม่กี่วันก่อนได้มีโอกาสไปดูหนังเรื่อง Sherlock Holmes 2 แล้วก็โหลด Forest Gump มาดู แล้วก็ได้ข้อคิดดีๆ จากหนัง คิดว่ามันเอามาใช้ในชีวิตประจำวัน + งาน Internet Marketing ได้

เริ่มกันที่ Sherlock Holmes กันเลยดีกว่าครับ …. ผมไม่เคยดูภาคแรกของเรื่องนี้มาก่อน อยู่ๆ เพื่อนผมก็จับมาดูภาคสองเลย แต่เนื้อเรื่องมันก็ไม่ได้ต่อกันเท่าไรครับ พอดูรู้เรื่อง รู้สึกสนุกดีเหมือนกัน …. ฉากที่ผมดูแล้ว ชอบมากที่สุดคือฉากการต่อสู้ครั้งสุดท้ายในหนังเรื่องนี้ ระหว่างโฮล์มกับศัตรูตัวฉกาจ ทั้งสองคนนี้มีความเป็นอัจฉริยะทั้งคู่ ก่อนจะสู้กัน หรือก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น พวกเค้าสามารถที่จะพยากรณ์เห็นภาพล่วงหน้าออกมาได้เป็นช็อตๆ และคิดกลยุทธ์รับมือมันได้ทั้งหมด …. ความสนุกมันอยู่ตรงที่ ทั้งสองคนนี้มีความสามารถแบบนี้เหมือนๆ กัน ฉลาดพอๆ กัน แล้วอย่างนี้ เวลาสู้กัน ใครจะพยากรณ์ได้แม่นกว่ากันล่ะ?

หลังจากทั้งสองคนได้พยากรณ์เหตุการณ์ทั้งหมด ที่คิดว่ากำลังจะเกิดขึ้น และเตรียมแผนการรับมือไว้เรียบร้อยแล้ว อย่างเช่นว่า ถ้าต่อยทางนี้ จะหลบไปทางนั้น จากนั้นจะซัดกลับไปด้วยหมัดข้างนี้ กระโดดหลบ แล้วเอาเท้ายันลงมา ฯลฯ ….. แต่เมื่อการต่อสู้เกิดขึ้น แทนที่โฮล์มจะทำตามแผนการอันซับซ้อนที่เค้าได้คิดเอาไว้ …. เค้าไม่ทำตามนั้น โฮล์มทำเพียงแค่ เป่าเศษขี้เถ้าจากไปป์ตัวเอง ให้มันไปกระเด็นเข้าตาของศัตรู แล้วก็จับมันกระโดดลงเหว ……แค่นั้น

(บางทีชีวิตก็ไม่ได้ต้องการอะไรที่มันซับซ้อนขนาดนั้น ….. ใช่มั้ย ^^)

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมได้ดู และรู้สึกชอบนิสัยและความสามารถของตัวเอกมากคือเรื่อง Forest Gump …. อาจจะเป็นหนังที่เก่าไป (ไม่ซักหน่อย) แต่ผมก็เพิ่งจะโหลดมันมาดูเอง อย่าหาว่าผมเชยเลยนะครับ ฮ่าๆๆ

ตัวเอกอย่างที่ทุกๆ คนน่าจะรู้ก็คือ เค้าเป็นอัจฉริยะ … ปัญญาอ่อน ที่ผมคิดว่า เค้าไม่เห็นจะปัญญาอ่อนตรงไหนเลย! คนอะไร วิ่งก็เร็ว เล่น American Football ก็เก่ง ประกอบปืนก็เก่ง เล่นปิงปองได้ระดับโลก ได้รับเหรียญกล้าหาญ ขายกุ้งได้เป็นล้าน …..​ (มีอะไรอีกนะ จำไม่ได้ละ)

Forrest Gump เป็นอีกคน ที่ทำให้ผมมั่นใจในประโยคที่ว่า ‘Simple is the Best’ …. ทุกอย่างที่เค้าทำ มันมาจากความคิดง่ายๆ ทั้งนั้น แต่เค้าทำมันด้วยความเต็มที่ ไม่มีความกังวลอะไรซักอย่าง … ดูอย่างตอนเล่นอเมริกันฟุตบอลสิ เค้าไม่รู้กฏอะไรซักอย่างเลยมั้ง ไม่รู้วิธีตุกติก รู้แค่ว่า ต้องวิ่งพาบอลจากฝั่งนึง ไปยังอีกฝั่งนึง … แค่นั้น ไหนจะตอนตีปิงปองอีก คนสอนบอกแค่ว่าต้องตีลูกจากฝั่งนึง ไปอีกฝั่งนึง … ซักแปปก็ตีได้ละ แล้วก็ฝึกฝนจนชำนาญ จนเป็นแชมป์ปิงปองระดับโลก

บางทีความพยายาม ไม่ได้พาเราไปหาผลสำเร็จ เลยซะทีเดียว Forrest Gump แสดงให้ผมเห็นว่า ความพยายามทำให้เรา ไปพบกับความล้มเหลว แต่ถ้าเราไม่คิดอะไร ก้มหน้าพยายามต่อไป เราอาจได้พบกับโชค … หลังจากนั้น มันก็จะพาเราไปพบกับความสำเร็จ ……. อย่างที่เห็นในฉากที่ Forrest Gump กับผู้หมวดแดน ไปจับกุ้งกันครับ ตอนแรกๆ จับกุ้งไม่ได้เลย มีแต่ขยะ แต่พอพยายามไปเรื่อยๆ ซักพักก็มีคลื่นพายุซัดโถมเข้าใส่ เรือทุกลำพังหมด เหลือแต่ลำของ Forrest Gump ทำให้หลังจากนั้น เค้าจับกุ้งได้สบายๆ และเป็นเศรษฐีในที่สุด

นี่ยังไม่รวมเรื่องความมีน้ำใจของ Forrest Gump นะครับ …. คนอะไร แม่งเจ๋งทุกอย่างจริงๆ ^^

ทีนี้เรามาเข้าเรื่อง Internet Marketing กันบ้างดีกว่า …. ทุกวันนี้เราคิดอะไรซับซ้อนกันเกินไปรึเปล่า ลองมาดู Model ง่ายๆ ของการทำ Amazon หรือ AdSense กันดีกว่า …. Concept หลักง่ายๆ ของ Amazon ก็คือ แค่ทำเว็บขึ้นมา เอาสินค้า Amazon มาลงในเว็บ แล้วก็หาคนเข้ามาซื้อผ่านเว็บเรา ส่วนของ AdSense ก็คือทำเว็บขึ้นมา เขียน Content แล้วหาคนเข้ามา Click Ads … แค่นั้น

ทำไมการหาคนเข้าเว็บมันต้องคิดซับซ้อนอะไรมากมาย ทำไมเราต้องทำ Link Wheel, Link Matrix, Link Pyramid วนๆๆ ซับซ้อนกันให้เมื่อยตุ้มด้วย ถ้าเราอยากได้คนเข้าเว็บ ทำไมเราไม่ไปลากเค้าเข้ามาตรงๆ เลยล่ะ? ไปสร้างใยแมงมุม พาเค้าเข้ามาทำไม ทำไมเราไม่สร้าง Content ดีๆ ที่คนสนใจเยอะๆ มีประโยชน์ แล้วเอาไปแปะตามที่ ซักที่หนึ่ง ที่คนเข้ามาอ่านเยอะๆ ….. ถ้ามันน่าสนใจ เดี๋ยวเค้าก็คลิกเข้ามาเองแหละ จะทำ Link ประหลาดนั่นขึ้นมาทำไม …….

“Simple is the Best”

(อ่าว ตัดจบกันง่ายๆ งี้เลย -____-!!!)

Posted in Uncategorized | Tagged , | Leave a comment

HamCheese Project – Script สำหรับปั่น Payday

จากที่เคยเกริ่นๆ ไว้จาก Entry ที่แล้วนะครับ เกี่ยวกับ Script ในการปั่นเว็บ สำหรับโกยเงินจาก Payday Loan Affiliate ครับ สำหรับใครที่ไม่รู้ว่า เจ้า Affiliate ตัวนี้เนี่ยะ มันคืออะไร ตลาดไหน เดี๋ยวผมจะอธิบายคร่าวๆ ให้ฟังครับ

Payday Loan Affiliate เป็นตลาดเงินกู้ครับ ถ้าเกิดเราทำเว็บขึ้นมา ใส่แบบฟอร์มที่มี Affiliate ID ของเราลงไป แล้ววันนึงจู่ๆ มีคนหลงเข้ามาเว็บเรา แล้วต้องการจะกู้เงิน กรอกแบบฟอร์มของเว็บเราลงไป และทำการกู้เงิน … จากนั้นเราจะได้ค่า Commission จากจำนวนเงินที่เค้ากู้ไปครับ หลักการง่ายๆ แค่นี้เอง ^^

ในเมืองไทย ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด พี่ปุ้ก แห่ง ThaiSEM ได้นำตลาดตัวนี้เข้ามาให้คนไทยสมัคร และสามารถลงมือทำได้อย่างง่ายๆ ผ่านเว็บ CPAProvider.com ครับ ถือว่าสะดวกพอสมควร เพราะโดยปกติแล้ว การสมัคร CPA Affiliate เจ้าอื่นๆ จะมีการคัดกรองคุณสมบัติยุ่งยากกว่านี้ และบาง Network ก็ไม่อนุญาตให้คนไทยทำอีกด้วย

เรามาดูหน้าตาของ HamCheese Script กันดีกว่าครับ

ด้านบนนี้ก็คือหน้า Dashboard หลักของผมนะครับ หัดปั่นจาก 10 เว็บ แล้วก็กำหนดเวลาให้มันโพสไปเรื่อยๆ โดยดึงข้อมูลจาก Token ต่างๆ ที่ได้สร้างเอาไว้ เช่น Title, Description, Keyword, Paragraph 1, Paragraph 2, Paragraph 3 และนำ Token เหล่านั้น ไปประกอบกัน ตามรูปแบบของ Template ที่สร้างเอาไว้ จากนั้นก็ Post ลง WordPress ครับ

ส่วนด้านบนนี้ ก็คือหน้าตาของ Token List ที่ผมได้ทำการสร้างไว้ก่อนแล้ว โดย Token ทั้งหมดของ HamCheese ที่จะนำไปประกอบกันเป็น Entry ต่างๆ มี Title, Description, Paragraph 1, Paragraph 2, Paragraph 3 ครับ ซึ่งใน Script ของผม ผมได้สร้างเอาไว้ อย่างล่ะ 100 Text ต่อ 1 ประเภทของ Token เพราะฉะนั้น เวลา Generate Entry ใหม่ๆ ออกมา HamCheese จะสามารถสร้าง Entry ที่แตกต่างกันได้ถึง 100x100x100x100x100 = 10,000,000,000 แบบ!

แต่แค่นั้นยังไม่พอครับ ผมได้เพิ่ม Function Spin Content ที่นำ API ของ The Best Spinner มาใช้ เพื่อสร้างความเป็น Unique ของ Content ให้มากกว่านี้อีกด้วย ^^

นอกจาก Token + Content Spinner แล้ว HamCheese ยังมีระบบ Content Template ที่สามารถทำให้แต่ล่ะ Entry มีความ Unique มากกว่านี้อีกด้วย รูปด้านบนนี่ก็คือระบบ Content Template ครับ สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบ

หลังจากที่เราสร้าง Token ต่างๆ + Template + Keyword + ใส่เว็บที่เราต้องการจะปั่น Payday เรียบร้อยแล้ว จากนั้นเราก็ไม่ต้องทำอะไรแล้วครับ นำ Link Cronjob ไปตั้งเวลาโพสต์ แล้วเดี๋ยวมันก็จะโพสต์บทความให้เราอัตโนมัติ ^^

 

Posted in CPA, Tools | Tagged , , , , | 3 Comments

Blog ที่นานแล้วไม่ได้อ่าน…

สวัสดีครับ ไม่ได้เข้ามา Update ซะนานเลย … พอดีว่าช่วงที่หายไป ผมอยู่ประเทศอังกฤษครับ กำลังเรียนต่อโท คณะ e-Business Management ณ มหาวิทยาลัย Warwick ครับ มาเปิดมุมมองใหม่ๆ ซักหน่อย … ตอนนี้ก็ยังเรียนไม่จบนะครับ แต่พอมีเวลาบ้าง ก็เลยคิดว่า เอาเวลาตรงนี้มาเขียน Blog บ้างดีกว่า ^^

ระหว่างที่ผมหายไปนี้ ผมก็ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาเรียน (หลับ) อย่างเดียวนะครับ ผมยังคงศึกษาและทดลองทำ Internet Marketing อยู่เหมือนเดิม ตอนนี้นอกจาก Amazon แล้ว ผมยังเสียเงินลงทุนในการทำ Authority Website สำหรับ Google AdSense และ Payday Loan CPA อีกด้วย กำลังลองผิดลองถูกอย่างจริงจังครับ

ก็น่าจะเกือบปีกว่าๆ แล้ว ที่ผมสร้างรายได้โดยการ “ปั่น” เว็บขายของ Amazon ขึ้นมา ประกอบกับรายได้จาก AdSense + PeerFly CPA อีกนิดหน่อย พอมีเงินลงทุนก้อน (เกือบ) ใหญ่ก้อนนึงละ ก็เลยคิดว่า จากที่เราสร้างขยะ Cyber ให้ Google มามากมายเนี่ยะ เราน่าจะลองใช้เงินตรงนี้ ทำอะไรที่มันมีคุณภาพๆ กลับคืนให้ Google บ้าง ฮ่าๆๆ

ด้วยเหตุนี้ผมก็เลยใช้เงินนี้ ลงทุนในการทำ Authority Website สำหรับ AdSense ซะเลย … ถามว่าทำยังไง ตอนแรกผมก็หา Keyword ก่อนเลย ใช้ความรู้ที่ได้จากการปั่นเนี่ยะแหละ ในการหา Keyword ดีๆ คนค้นเยอะๆ ค่าคลิกแพงๆ คู่แข่งไม่มากจนเกินไป จากนั้นผมก็เอา Keyword พวกนี้ ไปจ้างฝรั่งเขียนบทความครับ ผมเลือก Elance Website ครับ เพราะมี Native Speaker (คนอเมริกัน กับอังกฤษ) มากกว่า หลังจากนั้นก็กำหนดคุณภาพของบทความครับ ว่าเราต้องการให้มันออกมายังไง กี่คำ, Keyword Density เท่าไร มีการใช้ LSI Keyword อะไร ยังไงบ้าง ตรงนี้เราต้องละเอียดมากๆ เลยครับ เพราะเราต้องใช้ Content เป็นตัวหลัก ในการทำมาหากิน …. ส่วนเรื่องราคา ผมจ้างบทความล่ะ $10-$12 ครับ สำหรับบทความ 400 คำขึ้นไป

หลังจากได้บทความแล้วนี่ ผมก็นำมา Post ลง Blog ที่เตรียมไว้ครับ ผมใส่ทีล่ะ 30 บทความเลย ตั้ง Schedule ให้มันซะ แล้วก็รันทีเดียว 1 เดือนไปเลย สำหรับเดือนแรก ผมให้ Post ทุกวันเลยครับ และหลังจากนั้นก็ Post 2 วันครั้ง ค่อยๆ ลดลงไปครับ เหตุผลไม่ใช่อะไรหรอกครับ …. ตังค์ไม่พอ ฮ่าๆๆๆ

ช่วงแรกๆ Traffic มันก็ดีล่ะครับ ติดหน้า 2-3 ของ Google ไปหลาย Keyword เลยทีเดียว … แต่ผมยังไม่พอใจครับ ผมไปจ้างให้ฝรั่งมา Submit Social Bookmark ยิงเข้าหน้าหลัก 1000 กว่า Bookmarks กะว่าให้บอทเข้ากระจายเลย … บอทมันก็เข้าเยอะจริงๆ แหละครับ แต่หลังจากนั้น หลายๆ หน้าที่ติดอันดับ ตอนนี้หายไปอยู่หน้าไหนแล้วก็ไม่รู้ ^^”

ผมเข้าใจครับว่า 1000+ Bookmarks มันเยอะเกินไป แต่ไม่คิดว่า Web Bookmarks พวกนี้ มันจะติด Index Google เร็วขนาดนี้ ผลก็เลยเป็นอย่างที่เห็นครับ … Ranking หล่นระนาวเลย แต่ผมเฉยๆ นะ ไม่ได้ตื่นเต้นหรือเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดครั้งนี้ เพราะผมรู้อยู่แล้วว่าเดี๋ยวมันก็กลับมา มันเป็นปรากฏการณ์ของ Google ที่กระทำกับเว็บที่เกิดใหม่ แล้วมี Unnatural Links เฉยๆ

ผมดูจากอันดับเก่าๆ ที่เก็บเอาไว้ ดูว่า Keyword อันไหนที่มีแนวโน้มจะติดอันดับในหน้าแรกได้บ้าง จากนั้นผมก็ไปจ้างฝรั่ง (อีกคน) Submit เว็บหน้านั้น เข้าลิ้งค์ .edu หรือ Authority Sites นั่นเอง เพราะเห็นเค้าว่ากันว่า Link พวกนี้ มีคุณภาพ ก็เลยขอลองซักหน่อย … นอกจากนี้ผมก็เอาเว็บหน้าหลัก ไป Submit Directory ตามวิธีการปกติทั่วไปของเว็บเกิดใหม่ด้วย ผมใช้บริการของที่นี่ครับ คิดว่าดีพอสมควรเลย Directory Maximizer ใส่เว็บของเราเข้าไป กำหนด Title, Description ที่ต้องการ เลือกจำนวน Directory ที่ต้องการ Submit แล้วเค้าก็จะทำการ Manual Submit ให้เราเลย

ลองสรุปเงินลงทุนคร่าวๆ ที่ผมใช้ไปนะครับ

  • ค่าบทความ 60 บทความ x $10 โดยเฉลี่ย = $600
  • ค่า Submit Bookmark (ที่ไม่ได้ผล) = $20
  • ค่า Submit Directory (เพิ่ง Submit ไป 100 Directories) = $18
  • ค่า Submit .edu sites $38
  • WordPress Theme = $60
เฉลี่ยรวม …. ไม่กล้าคิด ฮ่าๆๆ ไว้เจอกันใหม่ Blog หน้าครับ เดี๋ยวจะมา Update เกี่ยวกับ Script Payday ที่ผมเขียนขึ้นมากัน ทำให้การปั่น Payday ง่ายเหมือนปอกกล้วย (แต่ทำเงินง่ายรึเปล่าไม่แน่ใจ เพราะเพิ่งทดลองใช้ไม่กี่วันเอง ^^) …. เจอกันครับ
Posted in AdSense, SEO, Techniques | Tagged , , , | Leave a comment

Publish Post to WordPress Blog Using cURL

สำหรับคนที่ต้องการเขียน Script เพื่อ Post ลงไปยัง WordPress Blog นะครับ

ก่อนอื่นเราจะต้องไป Enable XML-RPC ใน Blog ของเราก่อนนะครับ โดยเข้าไปที่ Setting > Writing ครับ

จากนั้นก็นำ Function นี้ไปใช้ได้เลย โดยตัวแปรต่างๆ ก็มีความหมายดังนี้ครับ

$title="Title ของ Entry ที่จะทำการ Post"
$body="เนื้อหาของ Entry ที่จะทำการ Post"
$rpcurl="URL ที่ใช้เรียก XML-RPC ของ Blog นั้นๆ ส่วนใหญ่จะเป็น http://www.blog.com/xmlrpc.php"
$username="Username ของ Blog"
$password="Password ของ Blog"
$category="Category ของ Entry ที่ต้องการ Post"
$keywords="Tag ที่เกี่ยวข้องของ Entry นั้นๆ"
$encoding="ระบบ Encode ของ Blog ส่วนใหญ่จะเป็น UTF-8"
function wpPostXMLRPC($title,$body,$rpcurl,$username,$password,
            $category,$keywords,$encoding)
{
    $title = htmlentities($title,ENT_NOQUOTES,$encoding);
    $keywords = htmlentities($keywords,ENT_NOQUOTES,$encoding);

    $content = array(
        'title'=>$title,
        'description'=>$body,
        'mt_allow_comments'=>0,  // 1 to allow comments
        'mt_allow_pings'=>0,  // 1 to allow trackbacks
        'post_type'=>'post',
        'mt_keywords'=>$keywords,
        'categories'=>array($category)
    );
    $params = array(0,$username,$password,$content,true);
    $request = xmlrpc_encode_request('metaWeblog.newPost',$params);
    $ch = curl_init();
    curl_setopt($ch, CURLOPT_POSTFIELDS, $request);
    curl_setopt($ch, CURLOPT_URL, $rpcurl);
    curl_setopt($ch, CURLOPT_RETURNTRANSFER, 1);
    curl_setopt($ch, CURLOPT_TIMEOUT, 1);
    $results = curl_exec($ch);
    curl_close($ch);
    return $results;
?>
Posted in Programming | Tagged , , , , | 4 Comments