Posts Tagged ‘seo’

กฏเหล็ก 12 ข้อ ในการทำ Landing Page ให้แรง

12-step-conversion-rehab

แปะโป้งไว้ก่อน เดี๋ยวว่างๆ จะมาเขียนอธิบายครับ

SEO สำหรับ Web Developer

หลายคนอาจสงสัยว่า การทำอันดับให้ดีขึ้นๆ บน Search Engine เนี่ย มันไม่ใช่แค่หาลิ้งค์เข้าเว็บเยอะๆ เหรอ?? คำตอบคือ ไม่ใช่ครับ การทำอันดับบน Search Engine เนี่ย มันมีหลายปัจจัยมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ On-Page บนเว็บ, Off-Page หรือ Linkwheel ที่เขียนไปในบลอคที่แล้ว ล้วนแล้วแต่สำคัญ และมีวิธีการทำหลายร้อยวิธีมาก เทคนี้ วันนี้ดี พรุ่งนี้อาจจะไม่ดีก็ได้ Algorithm ของ Search Engine มันเปลี่ยนแปลงทุกวันครับ

วันนี้ก็จะมานำเสนอวิธีการทำเว็บ ให้มันรับกับ SEO มากที่สุดนะครับ โดยจะเค้นจากประสบการณ์ที่สั่งสมมา ถูกหรือผิดอย่างไรก็ขออภัยด้วย เนื้อหาบลอควันนี้จะเหมาะกับ Web Developer มากๆ เพราะผมจะเน้นๆ กันเลยว่าตอนเราทำเว็บ เขียนโค้ดเนี่ย มันจำเป็นต้องทำอะไรบ้าง สำหรับ Web Developer ลองเตรียมกระดาษมานั่งไล่ Check ทีล่ะข้อได้เลยครับ เพราะที่ผมจะอธิบายต่อไปนี้ มันก็เหมือนกับ SEO Checklist สำหรับ Web Developer เลยก็ว่าได้

1. Character Set

หลายคนอาจจะรู้จะ Character Set แต่อาจจะไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน เวลาเราเขียนโค้ดใช่มั้ยครับ Character Set ก็คือ Encoding Tag น่ะแหละครับ มันจะอยู่ใน <head> ซึ่งเราควรที่จะวางมันก่อน Tag Title และเซตค่าให้ Google สามารถอ่านมันได้ง่ายๆ

ทำไมถึงต้องวางไว้ก่อน Title ด้วย?? ก็เพราะว่า Tag Title ประกอบไปด้วยข้อความใช่มั้ยครับ และข้อความก็คือภาษาๆ นึง ถ้า Google เข้ามาเจอข้อความนี้ก่อนจะเจอ Encoding Tag ก็จบ เพราะงั้นเราควรให้ความสำคัญตรงส่วนนี้ด้วย นอกจากนี้ Encoding Tag ที่ควรใส่ก็จะมี 2 แบบด้วยกัน คือแบบ iso-8859-1 และ UTF-8

สำหรับ iso-8859-2 จะเหมาะกับเว็บที่ทำเป็นภาษาอังกฤษ เพราะ Tag ประเภทนี้จะทำให้ Google ไม่ต้องทำการ Encoding เว็บเราเลย และสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว ส่วน UTF-8 จะเหมาะกับเว็บที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษครับ

พูดมาตั้งนาน มาเอา Tag ไปวางกันเลยดีกว่า ฮ่าๆ

<meta http-equiv=”Content-Type” content=”text/html; charset=UTF-8″>
<meta http-equiv=”Content-Type” content=”text/html; charset=ISO-8859-1″>

เลือกเอาตัวใดตัวหนึ่งไปวางนะครับ อย่าวางทั้งสองอัน เดี๋ยว Google งง :D

2. Keyword and Description Meta Tag

<meta name=”keywords” content=”Keyword ของเว็บ“>
<meta name=”description” content=”คำอธิบายคร่าวๆ ของเว็บ“>
ส่วนต่อมาก็คือส่วน Meta Tag ของ Keyword กับ Description ตรงนี้เราจะวางไว้หลัง Title ให้เราใส่ Keyword ของเราลงไปใน meta tag ของ keyword โดยตรงนี้ให้ใส่ Keyword หลักลงไปเลย ส่วนตรง Description ให้ใส่คำอธิบายของเว็บคร่าวๆ โดยยัด Keyword รอง ลงไปด้วย

3. Link

ส่วนของ Link ก็มีความสำคัญกับเว็บในด้านของ SEO เหมือนกัน โดย Link เนี่ย เวลาเราจะเขียนกัน จะมีอยู่ 2 แบบคือ Absolute Link กับ Relative Link ซึ่งถ้าเราใช้โปรแกรมจำพวก Dreamweaver ในการทำเว็บเนี่ย Link ส่วนใหญ่ที่เราสร้างขึ้นมาโยงกันเองบนเว็บ จะเป็น Relative Link ซะส่วนใหญ่ ซึ่ง Relative Link เนี่ย ไม่ช่วยอะไรทางด้าน SEO เลย

ตัวอย่าง Absolute Link
<a href = “http://www.ifourth.net/learnseo.php”>Learn SEO</a>

ตัวอย่าง Relative Link
<a href = “learnseo.php”>Learn SEO</a>

ถ้าสังเกต Absolute Link จะทำให้ Google สามารถเก็บข้อมูลเว็บของเราไปด้วยด้วย ว่า Page นี้อยู่ที่ path ไหน เว็บอะไร ซึ่งสามารถช่วยดันเว็บเราให้ทำอันดีขึ้นได้ด้วย

ความสำคัญของ Link อีกอย่างก็คือมันจะเกี่ยวข้องกับเรื่อง PR หรือ Page Rank ของเว็บด้วย ในส่วนนี้สำคัญมากในการทำเว็บ ถ้าทำพลาด PR ของเว็บคุณอาจจะไหลไปอยู่กับเว็บอื่นได้ หรือใส่ Tag Link ไม่ดี เว็บของคุณก็จะทำอันดับได้ไม่ดีเท่าที่ควร

รูปแบบ Link ทั่วไปที่เค้าใช้ๆ กันจะเป็นแบบนี้ใช่มั้ยครับ
<a href = “http://www.abc.com”>ABC</a>

ถ้าทำแบบนี้เนี่ย จะเป็นการส่งแต้ม PR จากเว็บเรา ไปให้เว็บ ABC ด้วย ในการทำ Link สำหรับ SEO จึงควรทำแบบนี้แทนครับ
<a href = “http://www.abc.com” rel=”nofollow”>ABC</a>

ให้ใส่ rel=”nofollow” ลงไป จะทำให้ Link ที่ส่งไปนั้นไม่ใช่แบบ dofollow หรือ ไม่ส่งค่า PR ไปให้นั่นเอง

ที่สำคัญอีกอย่างก็คือ การทำ Link ในเว็บของเราเอง ถ้าเกิดเราใช้ Link แบบ dofollow ทั้งหมดเนี่ย Google จะมองว่าเราให้ความสำคัญกับทุก Page เท่าๆ กัน ค่า PR ของทุกๆ หน้าก็เลยเท่ากัน ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่ได้ต้องการให้เว็บทุกหน้าของเราไปทำอันดับได้ดีบน Search Engine เลย เช่นหน้า About us เนี่ย คงไม่มีใครอยากให้มันไปทำอันดับหรอก ใช่มั้ยครับ :D

เพราะฉะนั้น เราก็ควรจะทำ Link แบบ nofollow ส่งไปที่หน้าที่เราไม่ต้องการทำอันดับเช่นกัน เพื่อทำให้หน้าที่เราต้องการดันเนี่ย มี PR สูงๆ :D

วันนี้ขอจบแค่นี้ก่อนละกันครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาอธิบายส่วนอื่นๆ กันต่อ ขอบคุณทุกๆ คนที่เข้ามาอ่านครับ ใครไม่เข้าในสามารถคอมเม้นถามได้นะครับ :)

SEO จาก Matt Cutts

Matt Cutts คือใคร??

Matt Cutts คือวิศวกรของ Google เค้าเขียนบลอคเกี่ยวกับ SEO, Google พวกการใช้ หลักการทำงานของ Search Engine ต่างๆ เยอะมาก แล้วตะกี้ผมก็บังเอิญไปเจอ Matt Cutts พูดเกี่ยวกับ WordPress ในเว็บๆ หนึ่ง เค้าได้บอกว่า WordPress คือ CMS ที่ดีที่สุดในการทำ SEO เลยล่ะ

แต่ยังไงก็ตาม มันก็ต้องมีการปรับแต่งให้มันรับกับ SEO มากที่สุดด้วยเช่นกัน มาดูกันดีกว่าว่า Matt Cutts กล่าวไว้ว่าอย่างไร

  • Create a permanent redirect of your domain name. Choose either www version or non-www version and stick with it.
  • Create a custom permalink structure of your blog posts and pages. Having keywords from your blog post titles in your blog URL is a very important step in ranking well in search engines.
  • If you use categories when publishing your blog posts, make sure that categories have keywords in them as well.
  • Notice that you can have a blog post title being different than the URL itself. That can help in covering a few more keywords that you couldn’t cover if they were both identical.
  • Show related blog posts at the end of your articles to reduce bounce rate and increase page views and time spent on your blog.
  • Make sure to use a WordPress theme with a clean code. Matt Cutts is using the Thesis Theme on his blog and he has praised it for doing good CSS handling.
  • Always keep your blog software upgraded to the latest version to secure your WordPress blog. Previous versions of WordPress are easier to hack and that can affect your search engine rankings negatively.

อ่านเอาเองนะครับ ขี้เกียจแปล 5555+ หลักๆ ก็คือให้ใส่คีย์เวิดไว้ในทุกๆ ที่ที่สามารถทำได้ ตั้งแต่ Title, Description, URL แล้วก็ให้ใส่ Related Post ไว้ใต้บทความด้วย ที่เหลือ Matt Cutts ก็พูดถึงเรื่อง theme ให้ใช้ theme ที่มัน clean code เค้าใช้ Thesis Theme ซึ่งผมไปเซิสมาแล้ว ราคามันอยู่ที่ $100 กว่าเหรียญ (ไม่มีตังค์ T-T) สุดท้าย ก็ให้อัพเดทเวอร์ชั่นของ WordPress ให้มันล่าสุดอยู่เสมอๆ

นี่ก็เป็นเทคนิคเล็กน้อยจาก Matt Cutts นะครับ จริงๆ WordPress มันมีความสมบูรณ์อยู่ในตัวของมันอยู่แล้ว แก้ On-Page + Off-Page นิดหน่อย ก็สามารถทำอันดับดีๆ บน Search Engine ได้ไม่ยาก :D

บทความย้อนหลัง
แนะนำโฮสต์นอก
สถิติคนเข้าชม
จำนวนคนเข้าชมวันนี้: 12
จำนวนคนเข้าชมทั้งหมด: 2011
จำนวนคนที่กำลังดูอยู่: 1
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .